หลังเข้าพบ นายกฯ เศรษฐา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อหาทางสอดประสานนโยบายการเงินการคลังให้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่คล้อยหลังแค่วันเดียว ผู้ว่าฯ ธปท.ยังคงยืนยัน ประเทศไทยไม่ได้เป็น “คนป่วยนอนหยอดน้ำข้าวต้ม” แต่ลุกขึ้นกลับบ้านได้แล้ว
เตือนไม่จำเป็นต้องอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หวั่นเสี่ยงทรุดอีกรอบ แต่ควรเร่งรักษาโรคเรื้อรัง ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เสนอออกมาตรการชุดใหญ่ขจัดอุปสรรคการทำธุรกิจ ดึงการลงทุนให้กลับมา
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษในงานสัมนา Thailand Economic Outlook 2024 : Change the Future Today ที่จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ในหัวข้อเกี่ยวกับ “การประเมินสุขภาพเศรษฐกิจไทย“ โดยนำเสนอให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งการบรรยายดังกล่าว เป็นที่จับตามองของผู้คนในแวดวงธุรกิจ และตลาดเงิน-ตลาดทุน เป็นอย่างมาก หลังจากมีกระแสความขัดแย้งในเชิงนโยบายระหว่างรัฐบาล และ ธนาคารแห่งประเทศไทย
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในเวลานี้เริ่มฟื้นตัว หลังจากที่เชิญภาวะวิกฤติในช่วง โควิด-19 และฟื้นจากอาการ “คนป่วยนอนหยอดน้ำข้าวต้ม” สามารถกลับไปฟื้นฟูสุขภาพที่บ้านได้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเหมือนในช่วงก่อนหน้านี้
ถ้าดูสุขภาพโดยรวมของเศรษฐกิจไทย ชัดเจนว่าเศรษฐกิจของเราเริ่มฟื้นตัวแล้วอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งหากดูตัวเลขจากการบริโภคภาคเอกชนก็เพิ่มขึ้นถึง 7.8% ตลาดแรงงานก็เริ่มฟื้นตัวกลับมา ในขณะที่การท่องเที่ยวก็ยังเป็นพระเอก เห็นได้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาถึง 20 ล้านคน และน่าจะกลับมาในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 28 ล้านคน
เราอาจจะมีปัญหาส่งออก ที่ไม่โตหรืออาจจะติดลบ แต่ก็เป็นผลมาจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ฉุดให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และส่งผลกระทบทั้งโลก
“ถึงแม้เราจะเห็นว่ามีการปรับประมาณการ GDP ในปีนี้ลดลง แต่ในปีหน้าเราเชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น”
— ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ในด้านเสถียรภาพด้านราคา ภาวะเงินเฟ้อของไทยก็ปรับลดลงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ถึงแม้อาจจะมีความเสี่ยงในอนาคต จากภาวะเอลนิญโญ และปัญหาพลังงาน แต่ก็น่าจะควบคุมได้
ในขณะที่ด้านสถาบันการเงินก็ไม่มีปัญหา ยกเว้นปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่ยังเป็นปัญหาซึ่งทาง ธปท.พยายามเข้าไปแก้ไข โดยอออกมาตรการหลายอย่าง ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเพื่อมุ่งแก้ให้ตรงจุด ในขณะที่ในด้านทุนสำรอง หรือหนี้สาธารณะของไทย ก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีปัญหา

ดร.เศรษฐพุฒิ ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของไทยในปัจจุบัน จริงแล้วเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่ตอบโจทย์ในอนาคต ที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัย ขาดแคลนแรงงาน และเริ่มสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้ไม่มีการลงทุนใหม่ๆ
ที่ผ่านมาถึงแม้เราจะมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคจำนวนมาก แต่เรายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆในการลงทุน
“ในตอนนี้ เราเหมือนคนไข้ที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่เรายังมีปัญหาโรคเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา และ สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือการแก้ไขปัญหาในเรื่องโครงสร้าง เพื่อทำให้เกิดการลงทุนมากขึ้น ซึ่งบางทีเราอาจไม่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล เพียงแต่ภาครัฐเร่งแก้อุปสรรคต่างๆที่ไม่เอื้อต่อการลงทุน”
— ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ผู้ว่าฯ ธปท. ยกกรณีศึกษาของ อินโดนีเซีย ที่มีการออกกฎหมาย Omnibus Bill ในปี 2563 เพื่อปลดล็อคกฎระเบียบต่างๆของภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและการลงทุน
ข่าวน่าสนใจ
ประชุมล่มซ้ำซาก สั่งประชุมเปิดเผยไม่แจ้งล่วงหน้า




