ข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ทุกเมื่อนับจากนี้

17 มิ.ย. 2569 - 13:57

  •  การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่อิหร่านสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ในอนาคตได้

  • สหรัฐฯ ต้องเจรจากับอิหร่านอย่างเข้มข้นเพื่อเปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ แสดงให้เห็นถึงอำนาจต่อรองของอิหร่านที่ยังคงมีอยู่

  • อิหร่านยังฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมทางทหารเร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ และได้เริ่มการผลิตโดรนรุ่นใหม่แล้ว

ข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ทุกเมื่อนับจากนี้

แหล่งข่าว 3 แหล่งที่คุ้นเคยกับผลการค้นพบนี้เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ประเมินเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อิหร่านสามารถปิดกั้นทางเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใดก็ได้นับจากนี้เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าระบอบการปกครองของประเทศนี้ได้มาซึ่งความสามารถใหม่ที่ทรงพลังในการทำร้ายเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลมาจากสงคราม

ไม่ว่าจะมีข้อตกลงกรอบการทำงานที่คาดว่าจะลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้เพื่อเปิดเส้นทางน้ำสำคัญนี้ก่อนการเจรจานิวเคลียร์หรือไม่ก็ตาม อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถปิดกั้นทางเข้าสู่ช่องแคบได้ในระหว่างความขัดแย้งในปัจจุบัน และการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง

“ตอนนี้เราได้มอบการควบคุมช่องแคบโดยพฤตินัยให้กับอิหร่านแล้ว ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่าอาวุธนิวเคลียร์ใดๆ” หนึ่งในแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เผยกับ CNN โดยเน้นย้ำว่า สงครามได้เปลี่ยนแปลงความคิดของอิหร่านเกี่ยวกับการใช้กลยุทธ์ที่คล้ายกันในอนาคตอย่างสิ้นเชิง

แหล่งข่าวที่ 2 ซึ่งคุ้นเคยกับการประเมินดังกล่าวระบุว่า อิหร่านได้เรียนรู้ในทำนองเดียวกันว่าสามารถใช้การโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในอ่าวเปอร์เซียเป็นกลยุทธ์แบบอสมมาตรได้ หลังจากใช้กลยุทธ์นี้อย่างได้ผลในระหว่างสงคราม ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่อิหร่านสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ในอนาคตได้

สหรัฐฯ ต้องเจรจากับอิหร่านอย่างเข้มข้นเพื่อเปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจต่อรองของอิหร่านที่ยังคงมีอยู่

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหรัฐฯ บอกกับ CNN ว่า อิหร่านจะไม่สามารถเข้าถึง “ผลประโยชน์ใดๆ” จากกรอบข้อตกลงได้ เว้นแต่ช่องแคบจะยังคงเปิดอยู่และอิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงอื่นๆ ที่ตกลงกันไว้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ผลประโยชน์เหล่านั้นคืออะไร แต่ได้อธิบายว่า สหรัฐฯ จะค่อยๆ ลดการปิดล้อมลงตามสัดส่วนที่อิหร่านฟื้นฟูการจราจรในช่องแคบ หากอิหร่าน “ปฏิบัติตามข้อตกลง การผ่อนปรนก็จะตามมา และอำนาจต่อรองของอเมริกาจะคงอยู่ตลอดทาง” เจ้าหน้าที่ระดับสูงเผย

แหล่งข่าวอีกรายที่คุ้นเคยกับกรอบข้อตกลงยังยอมรับกับ CNN ว่า อิหร่านพยายามขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรีในช่องแคบ แต่กระบวนการดังกล่าวทำให้จีนและประเทศในอ่าวเปอร์เซียไม่พอใจ “อิหร่านมีราคาที่ต้องจ่ายเมื่อทำเช่นนี้” แหล่งข่าวกล่าวเสริม โดยระบุว่า ความพยายามใดๆ ในการปิดช่องแคบอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตจะนำมาซึ่งผลที่ตามมาเอง

ตามที่เจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมการขนส่งและผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามการเคลื่อนไหวของเรือเผยว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงและความเสี่ยงอื่นๆ อาจทำให้การจราจรผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้ลดลงอย่างมากเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

หนึ่งในเหตุผลหลักที่อิหร่านเชื่อว่าตัวเองสามารถใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอาวุธต่อไปได้ก็คือ อิหร่านยังคงครอบครองอาวุธจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธ โดรน เครื่องยิงขีปนาวุธ และเรือเร็วขนาดเล็กหลายร้อยลำที่ยังคงก่อกวนผู้ขนส่งสินค้าที่พยายามผ่านเส้นทางน้ำนี้ และสามารถใช้ในการวางทุ่นระเบิดได้ นอกจากนี้ อิหร่านยังฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมทางทหารเร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ และได้เริ่มการผลิตโดรนรุ่นใหม่แล้ว

แหล่งข่าวบอกว่า มีการหารือกันว่าพันธมิตรอาจจะควบคุมช่องแคบในบางรูปแบบเมื่อเปิดแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไร และการประเมินข่าวกรองล่าสุดได้พิจารณาความเป็นไปได้นั้นแล้ว

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะลงนามในข้อตกลงที่จะเปิดช่องแคบอีกครั้งและยุติความขัดแย้งในปัจจุบัน แต่แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า อิหร่านกำลังวางแผน “ทางเลือกขั้นรุนแรง” ทางเศรษฐกิจ หากการเจรจากับสหรัฐฯ ล้มเหลว นั่นคือ การให้กลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังตัวแทนหลักของอิหร่านในเยเมน ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ที่เชื่อมทะเลแดงกับมหาสมุทรอนเดีย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าโลกอีกแห่งหนึ่ง และเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญท่ามกลางการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านมานานหลายเดือน

โดยรวมแล้ว การประเมินข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงผลกระทบที่ยั่งยืนจากการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเริ่มต้นความขัดแย้งโดยไม่ได้คำนึงว่าอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และก่อให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับความสามารถของอิหร่านในการใช้เศรษฐกิจโลกเป็นอาวุธในอนาคต ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของข้อตกลงกรอบใดๆ ระหว่าง 2 ประเทศที่อาจเปิดเส้นทางน้ำสำคัญนี้อีกครั้ง

แหล่งข่าว 3 แหล่งที่คุ้นเคยกับการประเมินดังกล่าวเผยว่า นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้ประเมินอย่างต่อเนื่องว่า อิหร่านอาจพยายามใช้กลไกเดียวกันนี้ในอนาคตอย่างไรและภายใต้สถานการณ์ใด

แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดภายในหน่วยงานข่าวกรอง แต่แหล่งข่าวหลายแหล่งที่คุ้นเคยกับการประเมินของสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านมีความมั่นใจมากขึ้นเนื่องจากสามารถปิดช่องแคบและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้โดยไม่ต้องใช้ศักยภาพจำนวนมาก

และตอนนี้อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่า มีความตั้งใจและศักยภาพที่น่าเชื่อถือในการปิดช่องแคบ แหล่งข่าว 2 แหล่งที่คุ้นเคยกับหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางคนกล่าวว่า อิหร่านมีแนวโน้มที่จะดำเนินการดังกล่าวในอนาคตมากขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกล่าวว่า เป้าหมายคือ “การสร้างกลไกที่ทำให้เป็นไปไม่ได้” ที่ช่องแคบจะถูกปิดอีกครั้ง

รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เผยกับ เจค แทปเปอร์ ผู้สื่อข่าว CNN เมื่อวันจันทร์ว่า เขาเชื่อว่าหนึ่งในเหตุผลที่อิหร่านเต็มใจที่จะบรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับสหรัฐฯ คือ “พวกเขารู้ว่าพวกเขากำลังสูญเสียอำนาจต่อรองเหนือช่องแคบฮอร์มุซ”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์บอกว่า ช่องแคบ “เปิดบางส่วนแล้ว” และจะเปิดอย่างเต็มที่ในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ

“พวกเขากำลังค้นหาทุ่นระเบิดสองสามลูกที่พบแล้ว แต่…เรือเริ่มออกไปแล้ว” ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในการประชุมสุดยอด G7 “ในวันศุกร์ ช่องแคบจะเปิดอย่างสมบูรณ์”

“ผมไม่คิดว่าเราจะต้องขอความช่วยเหลือมากนัก เพราะเรามีข้อตกลงที่จะเปิดช่องแคบ และไม่มีค่าธรรมเนียม เรามีการโต้เถียงกันเล็กน้อยในเรื่องนี้ มันไม่มีค่าธรรมเนียม” ทรัมป์เผย

แต่ทรัมป์พูดน้อยมากเกี่ยวกับว่า ข้อตกลงใดๆ จะป้องกันไม่ให้อิหร่านดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อปิดช่องแคบในอนาคตได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และในที่สุดก็กลับไปสู่ท่าทีทางทหารปกติในภูมิภาคมากขึ้น

ป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่มีข้อความว่า “ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่” ที่จัตุรัสแห่งการปฏิวัติในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 Photo by ATTA KENARE / AFP
ป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่มีข้อความว่า “ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่” ที่จัตุรัสแห่งการปฏิวัติในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 Photo by ATTA KENARE / AFP

การคำนวณผิดพลาดที่ทำให้อิหร่านฮึกเหิม

อิหร่านขู่มานานแล้วว่าจะปิดช่องแคบเพื่อตอบโต้การโจมตีจากศัตรูต่างชาติ รวมถึงสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่ยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้สำเร็จก่อนที่ทรัมป์จะตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการทางทหารร่วมกับอิสราเอลเมื่อต้นปีนี้

แหล่งข่าวหลายแห่งกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เหตุผลหนึ่งที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ประเมินความเต็มใจของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบเมื่อต้นปีนี้ต่ำไปก็คือ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่ออิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ ซึ่งมุมมองนี้ได้รับการสนับสนุนจากคำขู่ที่ไร้ผลของอิหร่านที่จะลงมือกับช่องแคบฮอร์มุซหลังสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทรัมป์มั่นใจว่าในที่สุดจีนจะใช้อิทธิพลที่มีต่ออิหร่านเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านปิดช่องแคบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับการวางแผนในขณะนั้นเผยว่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทรัมป์จึงตัดสินใจให้ความสำคัญกับการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านมากกว่าการจัดสรรทรัพยากรเพื่อยับยั้งความพยายามของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

แต่หลังจากความขัดแย้งเริ่มขึ้นได้ไม่กี่วัน ก็เห็นได้ชัดว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์คำนวณผิดพลาด

“การสูญเสียการควบคุมช่องแคบจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ เพราะมันเป็นไพ่ที่สหรัฐฯ ไม่สามารถรับมือได้หากไม่ทุ่มสุดตัว” แหล่งข่าวที่ 4 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางแผนทางทหารสำหรับสงครามกล่าว “ตอนนี้ไม่มีทางที่จะแก้ไขสถานการณ์ช่องแคบได้หากไม่ระดมกำลังทหารจำนวนมหาศาล”

แหล่งข่าวที่ 2 เผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่า อิหร่านปิดช่องแคบในที่สุดเพื่อตอบโต้คำแถลงในช่วงแรกของทรัมป์ที่ประกาศว่า เป้าหมายของสงครามคือการโค่นล้มระบอบการปกครอง โดยมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สมควรได้รับการยกระดับในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แหล่งข่าวเดียวกันนี้ระบุว่า อิหร่านไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวทันทีเมื่อมีการทิ้งระเบิด แต่รออีกสองสามวันจนกระทั่งพวกเขาเชื่อว่าพวกเขารู้เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐฯ แล้ว

แหล่งข่าวเสริมว่า “อิหร่านจงใจยกระดับความตึงเครียดเช่นนี้”

อำนาจต่อรองที่สำคัญ

แหล่งข่าวทุกแหล่งระบุว่า ในขั้นตอนนี้ อิหร่านกำลังประเมินการกระทำของตัวเอง และยังไม่ชัดเจนว่า กรอบข้อตกลงที่จะลงนามอย่างเป็นทางการในเจนีวาจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อย่างไร

แต่เป็นที่ชัดเจนว่า อิหร่านได้อำนาจต่อรองที่สำคัญจากการที่สามารถปิดช่องแคบได้

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า อิหร่านรู้ดีว่า สามารถขอให้กลุ่มฮูตีปิดช่องแคบบับเอลมันเดบได้ แต่ก็ตระหนักดีว่า การกระทำที่รุนแรงเช่นนั้นจะทำให้กระบวนการทางการทูตเกี่ยวกับการเจรจานิวเคลียร์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต้องหยุดชะงักลง

แหล่งข่าวเดียวกันเผยอีกว่า การปิดช่องแคบบับเอลมันเดบควบคู่กับการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้เศรษฐกิจโลกพังทลายอย่างสิ้นเชิง

แหล่งข่าวที่ 2 ที่คุ้นเคยกับการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาบอกกับ CNN ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มฮูตีไม่ได้กลับมาโจมตีเรือของสหรัฐฯ หรือเรือของยุโรปลำอื่น ๆ ในวงกว้าง แต่ประกาศว่า เรือที่ติดธงหรือเป็นของอิสราเอลตกเป็นเป้าหมายได้ แหล่งข่าวบอกว่า การขยายขอบเขตเป้าหมายนอกเหนือจากเรือของอิสราเอลจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างร้ายแรง

แหล่งข่าวเผยว่า อิหร่านยับยั้งตัวเองจากการขอให้กลุ่มฮูตีดำเนินการดังกล่าวก็เพราะพวกเขารู้ว่ามันอาจทำให้การเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ต้องหยุดชะงักลง

แต่นี่ก็ยังคงเป็นไพ่ที่อิหร่านอาจใช้ได้หากการเจรจาข้อตกลงล้มเหลวและสหรัฐฯ กลับมาปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ระมัดระวังที่จะทำ

Photo by ATTA KENARE / A

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์