ซาอุฯ เตรียมเก็บน้ำมันดิบไว้ที่ถ้ำใต้ดินในสิงคโปร์แก้ปัญหาขนส่งสะดุดจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

27 ต.ค. 2569 - 16:37

  • ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดหาพลังงานให้กับเอเชียซึ่งต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

  • ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน เอเชียนำเข้าน้ำมัน 2 ใน 3 ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมดจากตะวันออกกลาง

  • สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่เก็บน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย ต่อจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ซาอุฯ เตรียมเก็บน้ำมันดิบไว้ที่ถ้ำใต้ดินในสิงคโปร์แก้ปัญหาขนส่งสะดุดจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสิงคโปร์และซาอุดีอาระเบียเผยว่า ซาอุฯ มีแผนจะเก็บน้ำมันดิบไว้ที่ถ้ำใต้ดินจูร่งทางตอนใต้ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2027 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดหาพลังงานให้กับเอเชียซึ่งต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้หลายประเทศต้องดึงปริมาณน้ำมันสำรองออกมาใช้ และก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับระดับน้ำมันสำรองทั่วโลก โดยก่อนเกิดสงคราม เอเชียนำเข้าน้ำมัน 2 ใน 3 ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมดจากตะวันออกกลาง

“ระบบนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและศักยภาพด้านพลังงานของสิงคโปร์ในกรณีที่เกิดการหยุดชะงักของอุปทาน”

— ตันซีเล้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรมของสิงคโปร์กล่าวในการประชุมสัปดาห์พลังงานนานาชาติสิงคโปร์

ตันยังเผยอีกว่า บริษัท ซาอุดีอารามโคจะลงนามบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานตลาดพลังงานสิงคโปร์ และ JTC Corp โดยตั้งเป้าจะสรุปการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า

เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุฯ เผยในงานประชุมสัปดาห์พลังงานนานาชาติสิงคโปร์ว่า “การนำอุปทานเข้ามาใกล้ตลาดสำคัญในเอเชียมากขึ้น จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายอุปทานของเรา อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนความมั่นคงด้านอุปทานและความพร้อมของสิงคโปร์อีกด้วย”

ถ้ำหินใต้ดินบนเกาะจูร่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ความลึก 150 เมตร สามารถจัดเก็บไฮโดรคาร์บอนเหลว เช่น น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวได้ในปริมาณสูงสุดถึง 1.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 9 ล้านบาร์เรล

ปัจจุบันซาอุดีอารามโคจัดเก็บน้ำมันดิบไว้ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นมีสิทธิ์ในการจัดซื้อน้ำมันที่เก็บอยู่ในถังดังกล่าวเป็นลำดับแรก ในกรณีที่เกิดภาวะขาดแคลนอย่างไม่คาดคิด

อารามโค แจแปน ระบุบนเว็บไซต์ว่า ในเดือนกันยายน 2017 มีการขยายความจุในการจัดเก็บน้ำมันดิบที่โอกินาวาเป็น 8.2 ล้านบาร์เรล ภายใต้ข้อตกลงกับองค์การเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและโลหะแห่งญี่ปุ่น (JOGMEC)

นอกจากนี้ ในปี 2023 อารามโคยังลงนามในข้อตกลงกับบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลี เพื่อจัดเก็บน้ำมัน 5.3 ล้านบาร์เรลไว้ในคลังสำรองของเกาหลีใต้ที่ท่าเรืออุลซันเป็นระยะเวลา 5 ปี

สำหรับประเทศอื่นๆ  ญี่ปุ่นกำลังหารือกับประเทศต่างๆ ในเอเชียเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันดิบในภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ความร่วมมือเพื่อความยืดหยุ่นด้านพลังงานและทรัพยากรในวงกว้างของเอเชีย (POWERR Asia) ที่ริเริ่มขึ้นเมื่อต้นปีนี้โดยนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่มาพร้อมการสนับสนุนทางการเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ แม้ว่าจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ไว้แล้ว แต่ประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ในเอเชียกลับมีเกราะป้องกันในกรณีที่เกิดภาวะอุปทานหยุดชะงักน้อยกว่า

 Photo by ROSLAN RAHMAN / AFP, Photo by AHMAD EL ITANI / VARIOUS SOURCES / AFP

ข่าวที่น่าสนใจ


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์