โลกเดือดรุกเอเชีย! ยุโรปดับหลักหมื่น-เกาหลีใต้ประกาศร้อนขั้นวิกฤตครั้งแรก...แล้วคิวไทยเมื่อไหร่?

13 ก.ค. 2569 - 14:17

  • ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจาก “คลื่นความร้อน” ในยุโรปพุ่งทะลุ 20,000 ราย

  • เปิด 3 ฉากทัศน์วิกฤตคลื่นความร้อน จากยุโรป-เกาหลีใต้ สู่ดัชนีความร้อนอันตรายของไทย

โลกเดือดรุกเอเชีย! ยุโรปดับหลักหมื่น-เกาหลีใต้ประกาศร้อนขั้นวิกฤตครั้งแรก...แล้วคิวไทยเมื่อไหร่?

วิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Crisis) ในเดือนกรกฎาคม 2026 กำลังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า “ความร้อนระดับอันตรายถึงชีวิต” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังขยับเส้นรุ้งคืบคลานเข้าสู่เอเชียอย่างรวดเร็ว

europe-heatwave-france-hottest-day-eiffel-tower-closes-early-2.jpg

คลื่นความร้อนระลอก 3 รุกฆาตยุโรปตะวันตก

สถานการณ์คลื่นความร้อนในสัปดาห์นี้ของทวีปยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น  หลังจากผ่านพ้นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสะสมในยุโรปอาจพุ่งทะลุ 20,000 รายแล้ว โดยสถาบัน Robert Koch ของเยอรมนีพบผู้เสียชีวิตเฉพาะในฤดูร้อนนี้แล้วอย่างน้อย 5,120 ราย

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ประกาศยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด(Red Alert)ใน 24 เขต ครอบคลุมประชากร 22 ล้านคน ส่งผลให้แลนด์มาร์กอย่างหอไอเฟลและพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ต้องปิดทำการเร็วขึ้น ขณะที่อังกฤษเผชิญอุณหภูมิ 35.5°C และมีจำนวนวันที่ร้อนเกิน 34°C มากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

green-space-what-is-omega-block-driving-europe-heatwave-SPACEBAR-Photo01.jpg

โดยสาเหตุทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่าวิกฤตคลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ Omega Block หรือมวลความกดอากาศสูงขนาดใหญ่บล็อกกระแสลมเย็นและดูดอากาศร้อนระอุจากทะเลทรายซาฮาราเข้ามาแช่แข็งทวีปยุโรป ผสานกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่พุ่งสูงจนเกิดคลื่นความร้อนในทะเล

ระดับความเครียดจากความร้อนสูงสุดประจำเดือนมิถุนายน 2025 โดยอ้างอิงดัชนีสภาวะอากาศและความร้อนสากล (UTCI) จากชุดข้อมูล ERA5-HEAT จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป รวมถึงพื้นที่ส่วนมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ต่างเผชิญกับสภาวะความเครียดจากความร้อนในระดับที่รุนแรงเป็นอย่างน้อย ภาพ: climate.copernicus.eu
ระดับความเครียดจากความร้อนสูงสุดประจำเดือนมิถุนายน 2025 โดยอ้างอิงดัชนีสภาวะอากาศและความร้อนสากล (UTCI) จากชุดข้อมูล ERA5-HEAT จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป รวมถึงพื้นที่ส่วนมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ต่างเผชิญกับสภาวะความเครียดจากความร้อนในระดับที่รุนแรงเป็นอย่างน้อย ภาพ: climate.copernicus.eu

“คลื่นร้อน” ขยับเส้นรุ้งคืบคลานสู่เอเชียอย่างรวดเร็ว

เกาหลีใต้ ประกาศเตือนภัยขั้นวิกฤตครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วิกฤตคลื่นความร้อนไม่ได้หยุดอยู่ที่ยุโรป ล่าสุดสัญญาณเตือนภัยสีแดงได้สว่างขึ้นในฝั่งเอเชียตะวันออก เมื่อสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเกาหลีใต้ ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับรุนแรงขั้นวิกฤต (Extreme Heat Emergency) เป็นครั้งแรกภายใต้ระบบจัดอันดับใหม่ ในพื้นที่จังหวัดคยองซังเหนือ เมืองคย็องซาน และเมืองโพฮัง

เกณฑ์ชี้วัดความตาย

ระบบนี้จะทำงานเมื่อ “อุณหภูมิที่รู้สึกจริง” หรือ Apparent Temperature แตะ 38°C หรืออุณหภูมิจริงสูงถึง 39°C ติดต่อกัน โดยมีนัยสำคัญทางสาธารณสุขซึ่งทางการเกาหลีใต้ออกมายอมรับว่า นี่ไม่ใช่แค่อากาศร้อนจัด แต่เป็นสภาพอากาศที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เพราะหากดัชนีความรู้สึกทะลุ 38°C อัตราเสี่ยงเสียชีวิตของคนทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 4% และสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ความเสี่ยงจะพุ่งสูงถึง 19% จนนำไปสู่มาตรการสั่งหยุดงานกลางแจ้งทันทีและขยายเวลาศูนย์หลบร้อนของรัฐ

ล็อกพิกัดประเทศไทย

“หน้าฝนซ่อนไข้” กับดัชนีความร้อนระดับอันตราย

เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย ในขณะที่เรากำลังอยู่ในช่วง “ฤดูฝน” (กรกฎาคม 2026) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตามรายงานกรมอุตุนิยมวิทยา แต่ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่คือ ข้อมูลล่าสุดจากกรุงเทพมหานคร ประจำวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2026 ที่แจ้งเตือนว่า

ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ของกรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” (ระหว่าง 42.0 – 51.9°C)

ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) กรุงเทพมหานคร ประจำวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”
ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) กรุงเทพมหานคร ประจำวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

คิวประเทศไทย

หากวิเคราะห์จากโมเดลของยุโรปและเกาหลีใต้ คิว “ความเสี่ยงรุนแรง” ของประเทศไทย สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญคือ

1.อุณหภูมิจริง VS ดัชนีความร้อน

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง “คลื่นความร้อนในประเทศเขตอบอุ่น” (ยุโรป/เกาหลีใต้) กับประเทศไทยคือ ในยุโรปอุณหภูมิตัวเลขจะสูงมาก (38-43°C) แต่อากาศแห้ง ทว่า ในฤดูฝนของไทย อุณหภูมิต่างหากอาจจะอยู่แค่ 33-36°C แต่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงมาก

เมื่อความชื้นในอากาศสูง ร่างกายมนุษย์จะไม่สามารถระเหยเหงื่อเพื่อระบายความร้อนได้ ส่งผลให้ “ดัชนีความร้อนที่ร่างกายรู้สึกจริง” พุ่งทะยานไปแตะระดับ 42.0 – 51.9°C (เกณฑ์อันตราย) ซึ่งเป็นระดับที่สามารถเกิดภาวะเพลียแดด ตะคริวแดด และพัฒนาไปสู่ ฮีทสโตรก (Heatstroke) ได้อย่างรวดเร็วแม้ในวันที่มีฝนตก

2.Urban Heat Island บ่มเพาะวิกฤตใน กทม.

กรุงเทพฯ กำลังเจอปัญหาโครงสร้างเมืองที่เป็นคอนกรีต ตึกสูง และกระจก หรือ Urban Heat Island (เกาะความร้อนในเมือง) ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับรังสีความร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับการปล่อยลมร้อนจากเครื่องปรับอากาศนับล้านตัว ทำให้เมืองหลวงของไทยมีสภาพไม่ต่างจากเตาอบขนาดใหญ่ อุณหภูมิในเมืองจะสูงกว่ารอบนอกราว 2-7°C ซึ่งส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เดียวกับยุโรปคือ “Tropical Nights” ตอนกลางคืนอากาศไม่เย็นลง ร่างกายสะสมความร้อนข้ามวัน

3.ช่องว่างด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน

ระบบเตือนภัย : แม้ กทม.จะเริ่มแจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อนรายวัน และปักหมุด “ห้องหลบร้อน”ทั่วกรุงเทพฯ แต่นโยบายในระดับประเทศยังไม่มีการสั่งหยุดงานกลางแจ้ง หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงานในวันที่อากาศวิกฤตเหมือนอย่างที่เกาหลีใต้หรือยุโรปสั่งการ

กลุ่มเปราะบางไม่มีทางเลือก : แรงงานรับจ้างกลางแจ้ง ไรเดอร์ พนักงานกวาดถนน หรือผู้มีรายได้น้อยที่บ้านเรือนไม่มีเครื่องปรับอากาศ คือกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากดัชนีความร้อนระดับ 51.9°C โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของเกาหลีใต้ที่กลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุมีอัตราการเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

sustainability-bangkok-cooling-centers-304-heat-adaptation-SPACEBAR-Photo03.jpg

ประเทศไทยกับอนาคตอันใกล้

คิวของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นเรื่องของปัจจุบันที่ถูกมองข้าม เพราะคนไทยคุ้นชินกับคำว่าอากาศร้อน แต่ความร้อนในยุคโลกเดือด (Global Boiling) ที่ผสานความชื้นสูงในหน้าฝนนั้นอันตรายกว่าเดิม วิกฤตจากยุโรปและเกาหลีใต้กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าระบบการประเมินภัยพิบัติของไทยต้องเปลี่ยนจากการวัดอุณหภูมิอากาศไปเป็นการยึดดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นเกณฑ์เตือนภัยแห่งชาติ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนก่อนที่จะสายเกินไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์