






เหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มบริเวณชายแดนเนปาลที่ติดกับทิเบตเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 200 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวเนปาลระบุว่า ขณะนี้ยังมีผู้สูญหาย 570 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเนปาล 100 คน และชาวต่างชาติ 460 คนจาก 28 ประเทศ เบื้องต้นทราบสัญชาติว่าเป็นชาวอินเดีย 133 คน ชาวอเมริกัน 47 คน ชาวออสเตรเลีย 34 คน ชาวอังกฤษ 33 คน ชาวแคนาดา 24 คน
ส่วนในฝั่งทิเบต สื่อทางการจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ท่าเรือจี๋หลงแล้วอย่างน้อย 3 คน สูญหายอีกอย่างน้อย 265 คน แต่คาดว่ายอดความสูญเสียอาจมีมากกว่านี้
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารเนปาลยังคงเดินหน้าภารกิจช่วยเหลือประชาชนและค้นหาผู้สูญหายแข่งกับเวลาอย่างต่อเนื่อง โดยหลายคนติดอยู่ท่ามกลางดินโคลนที่ถล่มทับบ้านเรือน แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบางจุดมีดินโคลนทับถมสูงถึง 1.5 เมตร
นอกจากนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ อาจมีฝนตกเพิ่มเติมในวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) โดยจะมีฝนโปรยปรายและพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในช่วงบ่าย
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในเนปาล ประเมินเบื้องต้นว่าสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้อาจเกิดเหตุธารน้ำแข็งถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำบนภูเขา จนทำให้มวลน้ำสะสมเป็นปริมาณมหาศาล ก่อนที่แนวกั้นธรรมชาติจะพังทลายลง ส่งผลให้มวลน้ำไหลทะลักอย่างรวดเร็วและรุนแรง












