กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า ได้อนุมัติขั้นต้นสำหรับการขายเครื่องบินขับไล่ ‘F-35 Lightning II’ ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ให้แก่ซาอุดีอาระเบีย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราชอาณาจักรแห่งนี้กำลังถูกดึงเข้าสู่สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ
ดีลอาวุธครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางนโยบายครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ดุลอำนาจทางการทหารในตะวันออกกลางเปลี่ยนไป และยังเป็นการท้าทายกฎเหล็กของรัฐบาลสหรัฐฯ เอง ที่เคยสัญญาว่าจะรักษา ‘ความได้เปรียบทางการทหาร’ ให้แก่อิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรหลักมาโดยตลอด
ซาอุดีอาระเบียได้ยื่นเรื่องร้องขอเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้โดยตรงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2025 หลังจากที่ทางราชอาณาจักรแสดงความสนใจในเครื่องบินรบของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน มาอย่างยาวนาน
“ข้อตกลงซื้อขายนี้มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 24,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8 แสนล้านบาท) ซึ่งยังคงต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส โดยในแพ็กเกจจะประกอบด้วย เครื่องบินรบดังกล่าวจำนวน 48 ลำ และเครื่องยนต์ของบริษัท แพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ (Pratt & Whitney) อีก 49 เครื่อง ควบคู่ไปกับอุปกรณ์สื่อสาร อะไหล่สำรอง และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ”
— กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ
ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ จะพิจารณาการขายอาวุธให้แก่กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ “อิสราเอลจะยังคง ‘รักษาความได้เปรียบทางการทหารเชิงคุณภาพ (Qualitative Military Edge) เอาไว้ได้’ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยการันตีว่า ‘อิสราเอลจะได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยจากสหรัฐฯ มากกว่าประเทศอาหรับอื่น ๆ ในภูมิภาคเสมอ’”
“นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างทั้งสองประเทศ ข้อเสนอขายเครื่องบินขับไล่ F-35 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างซาอุฯ กับสหรัฐฯ รวมถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการร่วมมือด้านความมั่นคงของเรา” สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ณ กรุงวอชิงตัน ออกมาแสดงความยินดีต่อข้อเสนอซื้อขายในครั้งนี้
สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35 นั้น ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีพรางตัว (Stealth) ที่สามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ศัตรูได้ ทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็น “เครื่องบินรบที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก” ซึ่งที่ผ่านมาในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีเพียงอิสราเอลเท่านั้นที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ครอบครอง และจัดตั้งฝูงบินขับไล่ F-35 มานานร่วมทศวรรษแล้ว
(Photo by MIGUEL J. RODRIGUEZ CARRILLO / AFP)





