ชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก-ผู้เชี่ยวชาญชี้สงครามอิหร่านไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน

18 มิ.ย. 2569 - 15:39

  •   ผู้ชนะที่แท้จริงเพียงคนเดียวในขณะนี้คือ อิหร่าน แต่นั่นก็เป็นชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก

  • สำหรับสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้อาจเป็นชัยชนะในสื่อ แต่ไม่ใช่ชัยชนะทางการเมือง

  • การเลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ออกไปถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของอิสราเอล

ชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก-ผู้เชี่ยวชาญชี้สงครามอิหร่านไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจนในสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 เดือน แม้ว่าอิหร่านจะอ่อนแอลง แต่ก็ต้านสหรัฐฯ และอิสราเอลไว้ได้

ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเลื่อนประเด็นที่ยุ่งยากออกไป และทำให้อิสราเอลถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ปูทางไปสู่การเจรจาที่เต็มไปด้วยอุปสรรคเป็นเวลา 60 วัน หลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นซึ่งเดิมจะลงนามกันอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าลงนามเรียบร้อยแล้วที่พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสเมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้เล่นหลักหลังสถานการณ์คลี่คลายลง:

อิหร่าน

อิหร่านถอนตัวจากความขัดแย้งครั้งล่าสุดกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยอ่อนแอลงทั้งทางด้านการทหาร เศรษฐกิจ และผู้นำได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ผู้นำสูงสุดที่อยู่ในอำนาจมายาวนานอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในวันแรกที่สงครามเปิดฉาก และ มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งก็ยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะเลย

การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงสังหารบุคคลสำคัญระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ระบอบการปกครองของอิหร่านยังอยู่ดีและถือไพ่สำคัญเมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐฯ

“ในเชิงยุทธศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ ผู้ชนะที่แท้จริงเพียงคนเดียวในขณะนี้คือ อิหร่าน แต่นั่นก็เป็นชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก เพราะอิหร่านชนะด้วยการขัดขวางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามบรรลุเป้าหมายสงคราม” แต่ต้องแลกมาด้วย “ราคาที่สูงลิ่ว”

รอสส์ แฮร์ริสัน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันตะวันออกกลางและผู้แต่งหนังสือ "Decoding Iran's Foreign Policy" (ถอดรหัสนโยบายต่างประเทศอิหร่าน)

ในการโจมตีอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลมีเป้าหมายในการปูทางไปสู่การโค่นรัฐบาลอิหร่าน ยุติความพยายามด้านนิวเคลียร์ และทำลายความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน

แฮร์ริสันบอกว่า แม้ว่าโฉมหน้าของผู้นำจะเปลี่ยนไป แต่อิหร่านก็บรรลุเป้าหมายของสงครามแล้ว นั่นคือ “การอยู่รอดและการฟื้นฟูอำนาจป้องปราม”

บูร์ชู โอซเชลิค นักวิจัยอาวุโสด้านความมั่นคงตะวันออกกลางจาก RUSI เผยว่า การที่อิหร่านแสดงให้เห็นว่าสามารถปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันศัตรูได้ “จะยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคเหมือนดาบแห่งดาโมคลีส” (สำนวนโบราณ แปลว่าอันตรายที่ใกล้เข้ามาและมีอยู่ตลอดเวลาที่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งอำนาจต้องเผชิญ)

โอซเชลิคบอกว่า “เตหะรานจะใช้จุดอ่อนนี้เพื่อเรียกร้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่การเจรจายืดเยื้อออกไป ซึ่งจะเป็นความล้มเหลวของวอชิงตัน”

อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเผยว่า อิหร่านจะเก็บค่าธรรมเนียมบริการทางทะเลจากเรือที่แล่นผ่านในข้อกำหนดเพิ่มเติมในนาทีสุดท้าย

ภายใต้ข้อตกลงกับสหรัฐฯ อิหร่านยังคาดหวังว่าจะได้ทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกยึดไว้คืน รวมทั้งการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน ในขณะที่ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนิวเคลียร์ยังคงอยู่

อามีร์ ฮันด์จานี จากสถาบันควินซีในสหรัฐฯ เผยกับ AFP ว่า “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เตหะรานได้รับ...ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนสงคราม ดังนั้นหากพิจารณาจากเกณฑ์นี้ ก็อาจบอกได้ว่าอิหร่านเป็นฝ่ายชนะ” และว่า แต่ในสงครามนั้น “มันเป็นเพียงเรื่องของใครสูญเสียมากกว่าเท่านั้น”

สหรัฐฯ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกย่องข้อตกลงที่รอคอยมานานนี้ว่าเป็นชัยชนะในวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขา โดยบอกว่า “ปล่อยให้น้ำมันไหล” และให้คำมั่นว่า ช่องแคบฮอรุ์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 1 ใน 5 ของโลกก่อนสงคราม จะเปิดอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไป (19 มิ.ย.)

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวอเมริกัน ที่กำลังจะไปลงคะแนนเสียงในเดือนพฤศจิกายนในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมสภาคองเกรสของพรรคของทรัมป์

สำหรับสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้ “อาจเป็นชัยชนะในสื่อ แต่ไม่ใช่ชัยชนะทางการเมือง” และสหรัฐฯ ได้สูญเสีย “ความน่าเชื่อถือ” ในระดับโลกไปเนื่องจากความขัดแย้งนี้

เบอร์นาร์ด ฮาวร์เคด ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจากสภาบันวิจัย CNRS ในฝรั่งเศส

สำหรับโอซเชลิค “คู่แข่งของสหรัฐฯ ตั้งแต่รัสเซียไปจนถึงจีน "จะศึกษาความขัดแย้งนี้เพื่อดูว่ามันเปิดเผยให้เห็นถึงข้อจำกัดของอำนาจ การตัดสินใจ และการบริหารพันธมิตรของอเมริกาอย่างไร”

“บทเรียนเหล่านั้นจะกำหนดทิศทางของวิกฤตการณ์ในอนาคต ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตะวันออกกลางเท่านั้น” โอซเชลิคบอก

ข้อตกลงดังกล่าวปล่อยให้คำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไปอยู่ในมือของการเจรจา 60 วัน

ทรัมป์ ซึ่งละทิ้งข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในปี 2015 ให้คำมั่นหลายครั้งว่า อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอด

อิสราเอล

ฮันด์จานีบอกว่า การเลื่อนประเด็นนิวเคลียร์ออกไปถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของอิสราเอล ซึ่งกลายเป็น “ผู้แพ้รายใหญ่ที่สุด” ในความขัดแย้งนี้ และว่า อิสราเอลสูญเสียความต่อเนื่องความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงสูญเสียอำนาจต่อรองกับพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐฯ ด้วย

บุคคลสำคัญทางการเมืองของอิสราเอลจากทุกฝ่ายต่างประณามข้อตกลงนี้อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะไม่รับประกันความมั่นคงของอิสราเอล

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งกำลังเผชิญกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากภายในประเทศเองที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของสงครามได้ รวมถึงจากทรัมป์ ที่เรียกเขาว่า “ตัวปัญหาใหญ่” โดยทรัมป์ยังประณามการโจมตีในเลบานอนที่เสี่ยงจะทำให้ข้อตกลงกับอิหร่านล้มเหลว

ข้อตกลงนี้รวมถึงการยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ แต่ยังคงมีปัญหาหลายประการในเลบานอนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธของอิหร่าน

แฮร์ริสันเตือนว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในเลบานอนอาจเป็น “ตัวทำลายที่สำคัญที่สุด” ของการเจรจาที่จะเกิดขึ้น

Photo by HANDOUT / VARIOUS SOURCES / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์